วันตรุษจีน คือเทศกาลขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน จัดขึ้นเพื่อฉลองฤดูใบไม้ผลิหลังผ่านพ้นฤดูหนาวมายาวนาน มีประวัติยาวนานกว่า 4,000 ปี
วันตรุษจีน คือเทศกาลขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน จัดขึ้นเพื่อฉลองฤดูใบไม้ผลิหลังผ่านพ้นฤดูหนาวมายาวนาน มีประวัติยาวนานกว่า 4,000 ปี ประเพณีเน้นการใส่ชุดสีแดง, การกินเกี๊ยว (สัญลักษณ์มั่งคั่ง), การมอบอั่งเปา, และการไหว้บรรพบุรุษเพื่อความโชคดีตลอดทั้งปี โดยมักแบ่งเป็น 3 วันหลัก: วันจ่าย, วันไหว้, และวันเที่ยว.
ประวัติและความเป็นมาของวันตรุษจีน
- จุดกำเนิด: เดิมทีเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ (Spring Festival) หลังจากที่ชาวจีนในอดีตต้องเผชิญกับหิมะและความหนาวเย็นยาวนานจนไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง จึงเป็นวันเริ่มต้นเพาะปลูกใหม่ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันสำคัญ.
- ตำนาน “เหนียน” (年): มีความเชื่อว่าสัตว์ประหลาดชื่อ “เหนียน” มักออกมาอาละวาดทำลายพืชผลและชีวิตชาวบ้านในช่วงสิ้นปี ชาวบ้านจึงค้นพบว่าเหนียนกลัวเสียงดังและสีแดง จึงเป็นที่มาของการจุดประทัด การตกแต่งบ้านด้วยกระดาษสีแดง และการแต่งกายสีแดง เพื่อขับไล่ปีศาจร้ายและสิ่งอัปมงคล.
- การนับวัน: เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ และมีการฉลองยาวนานถึง 15 วัน.
ประเพณีและกิจกรรมหลัก
- วันจ่าย (ก่อนสิ้นปี): ชาวจีนจะออกไปซื้อของกิน, ผลไม้, และเครื่องเซ่นไหว้ที่จำเป็น.
- วันไหว้ (วันสิ้นปี): ไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษเพื่อขอพรให้มีความสุขและเจริญรุ่งเรือง ในช่วงเวลานี้สมาชิกในครอบครัวจะกลับมาทานอาหารร่วมกัน.
- วันเที่ยว (วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันชิวอิก): ทุกคนตื่นเช้ามาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ (นิยมสีแดง) และออกไปเยี่ยมญาติพี่น้อง หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์.
- สัญลักษณ์มงคล: อั่งเปา (ซองสีแดง) ที่ผู้ใหญ่ให้แก่เด็กๆ, การแปะกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรหน้าบ้าน.
สิ่งที่ห้ามทำในวันตรุษจีน
- ห้ามพูดคำหยาบหรือโต้เถียงกัน.
- ห้ามทำความสะอาดบ้านหรือกวาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะกวาดโชคลาภออกไป.
- ห้ามใส่ชุดสีขาวหรือดำ เพราะเป็นสีที่สื่อถึงการไว้ทุกข์.
ตรุษจีนจึงไม่เพียงแต่เป็นวันปีใหม่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของการรวมญาติ และเสริมสิริมงคลในชีวิต.




