วันสิทธิผู้บริโภคสากล (World Consumer Rights Day)

เผยเเพร่เมื่อ 6 เข้าชม

ทุกวันที่ 15 มีนาคมของทุกปี โลกให้ความสำคัญกับ “วันสิทธิผู้บริโภคสากล” (World Consumer Rights Day) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรผู้บริโภคทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภค และในปี ค.ศ.2025 หรือ พ.ศ.2568 นี้ สหพันธ์ผู้บริโภคสากลกำหนดหัวข้อรณรงค์ว่า “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน” เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโลก ทั้งภาวะโลกร้อน ปัญหามลพิษ และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคน

ประวัติความเป็นมา

วันสิทธิผู้บริโภคสากลเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 โดยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นผู้ริเริ่มและบัญญัติวันสำคัญนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Consumer Rights Day ซึ่งได้รับการรับรองจาก สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล (Consumers International หรือ CI)

อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมและรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักวันสิทธิผู้บริโภคสากลอย่างจริงจังเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2526 โดยมีการจัดรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และเผยแพร่ความสำคัญของวันดังกล่าวผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่นั้นมาวันที่ 15 มีนาคมของทุกปี จึงเป็นวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ตระหนักถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง

สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล ทำงานร่วมกับสมาชิกทั่วโลกเพื่อเป็นกระบอกเสียงอิสระที่สะท้อนถึงอำนาจของผู้บริโภคในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 200 องค์กรจาก 115 ประเทศ รวมถึง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ สภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสมาชิกในประเทศไทย

สิทธิผู้บริโภค: พื้นฐานของชีวิตที่มั่นคง

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 องค์การสหประชาชาติรับรอง 8 สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สิทธิในการได้รับสินค้าและบริการที่จำเป็น สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไปจนถึงสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้เกิดปัญหาใหม่ที่ซับซ้อน ทำให้ต้องคำนึงถึงสิทธิผู้บริโภคใหม่ให้เท่าทันต่อสถานการณ์การความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น สิทธิในการบริโภคอย่างยั่งยืน สิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในการเข้าถึงการคุ้มครองทางดิจิทัล

ไทยยังตามหลังมาตรฐานโลก?

สำหรับประเทศไทย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รับรองสิทธิผู้บริโภคไว้เพียง 5 ประการ ซึ่งยังไม่ครอบคลุมปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องเหมาะสมต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน จึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพื่อให้คนไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น